หน้าเว็บ

Friday, February 22, 2013

Lumia 520/720


ข่าวลือข่าวหลุด ได้ปล่อยภาพ Lumia 520 และ Lumia 720 จากภาพ เป็นไปได้ที่ Lumia 520 จะไม่มีไฟแฟลชของกล้องมาให้ ส่วน Lumia 720 นั้นจะใช้เลนส์ Carl Zeiss และมีไฟแฟลชมาให้ นอกจากนั้นทั้งสองรุ่นมีหลากสีให้เลือกเช่นเคย แต่ดูไม่ออกว่าผู้ใช้จะถอดเปลี่ยนฝาหลังได้หรือไม่
จากข่าวลือก่อนหน้านี้ Lumia 720 จะมีหน้าจอ 4.3 นิ้ว, ซีพียูดูอัลคอร์ 1 กิกะเฮิรตซ์, แรม 512 เมกะไบต์ หน่วยความจำภายใน 8 กิกะไบต์ มีช่องใส่ microSD, กล้องหลัก 6 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล ส่วน Lumia 520 จะมีหน้าจอ 4 นิ้ว, ซีพียูดูอัลคอร์ 1 กิกะเฮิรตซ์, แรม 512 เมกะไบต์ หน่วยความจำภายใน 8 กิกะไบต์ มีช่องใส่ microSD, กล้องหลัก 5 ล้านพิกเซล ไม่มีกล้องหน้า
ที่มา: @evleaks (1,2) ผ่าน The Verge

Lumia 520
Lumia 720

เสียงแปลกๆ ในโน้ตบุ๊ก


ท่านที่ใช้งานโน้ตบุ๊กก็มักจะได้ยินเสียงแปลกๆ จากโน้ตบุ๊กของท่านกันบ้างละครับ แต่เสียงที่ดังขึ้นมานั้นมีจากทั้งเสียงปรกติ และเสียงที่ไม่ปรกติ ซึ่งเสียงที่ออกมาก็แตกตต่างกันไปตามแหล่งกำเนิดเสียง ซึ่งเราไปทำความรู้จักกันสักหน่อยครับว่าเสียงไหนปรกติ และเสียงไหนเป็นปัญหา
ปรกติ
image
  • เสียงจากลำโพง – อันนี้ถ้าไม่ดังสิครับเรียกว่าผิดปรกติ เสียงจากลำโพงก็จะดังขึ้นมาเป็นปรกติอยู่แล้วเวลาเราเปิดเพลง เปิดภาพยนตร์ แต่ถ้าเวลาไม่ได้เปิดเสียงอะไรแล้วดังนี่ให้สงสัยไปก่อนว่าลำโพงมีปัญหา หรืออาจจะมีปัญหาเรื่องกำลังไฟ เช่นไฟเกินนะครับ
  • พัดลมระบายความร้อน – หลักการของพัดลมคือหมุนใบพัดเพื่อช่วยในการระบายความร้อน ยิ่งเครื่องร้อนก็ยิ่งหมุนเร็ว เสียงก็จะดังเป็นธรรมดานะครับตรงนี้ไม่ต้องตกใจ แต่ถ้าเมื่อใดพัดลมไม่หมุนหรือไม่มีเสียงเลยให้เข้าศูนย์เลยนะครับเพราะ พัดลมไม่หมุนเครื่องอาจจะพังแทนได้
  • ฮาร์ดดิสค์ – อุปกรณ์นี้แม้ปรกติไม่ควรจะเกิดเสียเท่าไร แต่ถ้าทำงานหนักๆจะมีเสียงบ้างก็เป็นธรรมดา เพราะภายใน ฮาร์ดดิสค์คือจานเก็บข้อมูลที่หมุนอยู่ตลอดเวลา ยิ่งอ่านเขียนข้อมูลมากๆก็ยิ่งหมุนเร็ว จะมีเสียงบ้างก็เป็นธรรมดา แต่ถ้าดังเกินไป หรือดังๆ หยุดๆแบบแปลกๆคงต้องรีบเคลมแล้วละครับ
  • DVD Drive – หลักการเหมือนฮาร์ดดิสค์ เวลาอ่านแผ่นใหม่ๆ Drive จะหมุนเร็วมากทำให้เกิดเสียงดังพอสมควร แต่ถ้าไม่ได้อ่านแผ่นหรือเอาแผ่นออกไปแล้วก็จะเงียบไปเอง
อุปกรณ์ 4 ตัวในโน้ตบุ๊กที่จะมีเสียงดังบ้างก็ไม่แปลก ซึ่งถ้าเป็นเสียงจากพวกนี้กไม่ต้องตกใจนะครับเป็นปรกติ แต่ถ้าเสียงที่ดังออกมาแปลกออกไปละ ซึ่งมันคงไม่ปรกติแล้ว
ไม่ปรกติ
image
  • เสียงดัง จี๊ดๆ เหมือนไฟฟ้าจ่ายเกิน หรือจ่ายไม่สม่ำเสมอ อาจจะมีปัญหาเรื่องภาคจ่ายไฟ
  • เสียงฮาร์ดดิสค์ที่ดังแบบกระตุก หรือดังมากแต่อ่านเปิดไฟล์ในฮาร์ดดิสค์ดิสค์ไม่ได้หรือช้ามาก เคลมฮาร์ดดิสค์เลย
  • ลำโพงเสียงแตก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อเปิดดังมากๆ ถ้าเป็นเครื่องใหม่ๆ แนะนำเคลมก่อนเลยครับ
  • เสียงกรอบ แกร๊บตามรอยต่อของ Body ซึ่งแสดงถึงว่า Body ประกอบไม่สนอท หรือเกิดการแตกหัก ถ้าเคลมได้เคลมนะครับ ถ้าเคลมไม่ได้ก็ระวังตรงนี้หน่อย
image
หลักๆ ถ้าเสียงที่ดังออกมาจากตัวเครื่องไม่ใช่เสียงที่ปรกติเราเจอกันทุกวันเช่น เสียงไฟฟ้าดังจี๊ดๆ ในเครื่อง หรือเสียงอื่นๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้แนะนำเข้าศูนย์เคลมก่อนนะครับใหม่ๆ อาจจะ ซ่อมได้ทัน ถ้าทิ้งไว้นานๆ อาจจะส่งผลต่อแผงวงจรหรืออุปกรณ์อื่นๆ ในระยะยาวได้

Acer ขอแนะนำ Chromebook C7 ตัวใหม่


Acer ประกาศเปิดตัวเครื่อง Chromebook C7 ที่ภายในใช้เป็นระบบ Chrome OS จาก Google  ขนาด 11.6 นิ้วตัวใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้เปิดตัวตัวแรกไปแล้วเมื่อเดือนก่อนหน้า ที่มาพร้อมราคาบนป้าย $199 (6,xxx บาท) ส่วนตัวใหม่ C710-2605 จะเพิ่มราคาเข้าไปอีกเท่าตัว เป็น $299 (9,xxx บาท) โดยจะได้แรมเพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีกเท่าตัวเป็น 4GB ฮาร์ดดิสก์ขนาด 500GB แบตเตอรี่ภายในความจุ 5,000 mAh นอกนั้นก็เหมือนเดิมกับตัวเก่า สำหรับสเป็กก็จะเป็นชิป Intel Cerelon 1.10GHz พร้อม WLAN, GbE, USB2.0/1.1, HDMI และ D-Sub

ที่มา: http://notebookspec.com

Chromebook Pixel โน้ตบุ๊กเครื่องแรกจาก Google


Chromebook เองเป็นชื่อเรียกของโน้ตบุ๊กติดตั้งระบบปฏฺิบัติการ Chrome OS มาให้ในตัวเครื่องด้วย ซึ่งในตอนแรกนั้น Google ร่วมกับผู้ผลิตรายอื่นๆ นำเอาระบบปฏิบัติการดังกล่าวนี้ไปติดตั้งในโน้ตบุ๊กของพวกเขาเองเพื่อจำหน่ายกันอย่างสนุกสนาน โดดเด่นด้วยการทำงานผ่านระบบ Cloud และมีราคาที่ไม่แพง แต่ว่า Google เองก็เป็นเสือซุ่มพัฒนา Chromebook ด้วยตัวเองของตัวเองมาวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน โดยมีผู้รับทำ OEM ให้ ซึ่งนับว่าเป็น Chromebook เครื่องแรกโดยฝีมือ Google จริงๆ โดยอานิสงค์ทั้งหมดนี้ มาจากสมัยที่กำลังพัฒนา Nexus 4, 7, 10 อยู่นั่นเอง
Chromebook จาก Google โดย Google เครื่องนี้นั้น ทาง Google ให้ชื่อว่า “Chromebook Pixel” ซึ่งบอดี้ตัวเครื่องนั้นทำจากวัสดุอะลูมิเนียมและทัชแพดเป็นกระจกแข็งพิเศษที่สามารถคลิกได้เหมือนพลาสติกแบบทั่วไปที่นำมาประกอบทัชแพด รวมไปถึงมี Lightbar ที่อยู่บริเวณฝาหลังด้านบนองเครื่อง ดีไซน์โดยรวมถือว่าสวยามหรูหราและมีความเหลี่ยมมากๆ
Chromebook Pixel จะมีขนาดหน้าจอที่ 12.85 นิ้ว (13 นิ้ว) ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 2560 x 1700 พิกเซล หน้าจอระดับความละเอียด 4.3 ล้านพิกเซล มีความหนาแน่นของพิกเซลที่ 239 ppi และอัตรา Ratio อยู่ที่ 3:2 แบบภาพถ่าย โดยทาง Google กล่าวว่าค่า Ratio นี้จะให้มุมมองแนวตั้งที่มากกว่าค่า Ratio ที่ 16:9  ความสว่างอยู่ที่ 400 nit มีความหนาแน่นกว่า MacBook Pro with Retina Display ขนาด 13 นิ้วที่มีความหนาแน่นของพิกเซลที่ 227 ppi เท่านั้น หน้าจอรองรับระบบสัมผัสแบบ Capacitibe รองรับ Multi-Touch ใช้กระจก Gorilla Glass ความหนา 0.55 มิลลิเมตร มีมุมมองหน้าจอกว้างถึง 178 องศา ซึ่งคาดได้ว่าใช้พาเนลคุณภาพสูง IPS แน่นอน ฉะนั้นเครื่องสีสันสมจริงหายห่วง 
สเปกของ Chromebook Pixel นั้น จะมีดังนี้
  • ขนาดหน้าจอ 12.85″ ที่สัดส่วน 3:2 มีความละเอียด 2560 x 1700 พิกเซล ที่ความหนาแน่น 239 ppi ความสว่าง 400 nit
  • ซีพียู Intel Core i5 แบบ Dual-Cores ความเร็ว 1.8 GHz 
  • กราฟิกการ์ด Intel HD Graphic 4000 (ต้องดูกันต่อว่าขับความละเอียดระดับนี้ไหวหรือเปล่า)
  • SSD ความจุ 32 และ 64 GB พร้อมระบบ Cloud Storage ความจุ 1 TB จาก Google เป็นเวลา 3 ปี
  • แรม 4 GB แบบ DDR3 
  • USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง (ขัดใจมากๆ ตรงนี้)
  • Card Reader รองรับ SD/MMC Card 
  • ติดตั้งไมค์มาให้ 3 ตัว
  • MiniDisplay Port
  • Webcam 720p
  • Wifi 802.11 a/b/g/n แบบ 2×2
  • Bluetooth 3.0
  • ติดตั้งระบบ DSP Noise Cancellation มาให้ในเครื่อง
  • แบตเตอรี่ 59 Wh รองรับการทำงานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • มิติตัวเครื่อง 297.7 x 224.6 x 16.2 มิลลิเมตร หนัก 1.52 กิโลกรัม
  • ระบบระบายความเย็นแบบพิเศษ ไม่เจาะช่องระบายความร้อนเอาไว้ (น่าสนใจตรงนี้)
  • ผ่านมาตรฐาน ENERGY STAR
  • คีย์บอร์ดแบบ Backlit มีแสงไฟในที่มืด
โปรแกรมภายใน Chromebook Pixel นั้นจะติดตั้งโปรแกรมหลักๆ เพื่อใช้ทำงานมาให้ในระดับหนึ่งแล้ว ได้แก่โปรแกรมสำหรับทำงานเอกสารและติดตั้งระบบป้องกันไวรัสที่ได้ Kaspersky มาจัดการให้ด้วย สำหรับ Chromebook Pixel นี้ รุ่นความจุ 32 GB จะเป็นรุ่น Wifi อย่างเดียว และรุ่น 64 GB จะติดตั้งระบบ LTE บนเครือข่าย Verizon มาให้ด้วย ซึ่งโปรโมชั่นพิเศษของรุ่น 64 GB LTE นั้น จะได้รับ
  • บริการ Wi-Fi บนเครื่องบินของ GoGo จำนวน 12 เที่ยวบิน
  • บริการอินเตอร์เน็ตผ่านระบบ LTE เดือนละ 100MB เป็นเวลาสองปี
  • หากมีเปิดบริการอินเตอร์เน็ตกับ Verizon ไว้แล้ว จะสามารถเพิ่มอีก 10 ดอลล่าร์ให้ไม่จำกัด Data Plan ได้ด้วย 
สำหรับราคาที่ทาง Google ประกาศออกมานั้น สำหรับรุ่น 32 GB Wifi นั้น สนนราคา 1,300 ดอลล่าร์ (ประมาณ 40,000 บาท) ส่วนรุ่น 64 GB LTE จะอยู่ที่ 1,450 ดอลล่าร์ (ประมาณ 45,000 บาท) สามารถจับจองได้ผ่านทาง Google Play Store และทาง Best Buy ได้ทั่วโลก และกำหนดวางจำหน่ายนั้น คือสัปดาห์แรก เดือนเมษายนที่จะถึงนี้
ซึ่งสำหรับราคาในระดับนี้ หลายๆ คนที่อยากได้อาจจะพลอยหมดอารมณ์กันไปบ้าง แต่ว่าได้อ่านสเปกเต็มๆ กันแล้วคงจะเลือกได้ง่ายขึ้นบ้าง หากว่าไปเทียบกับ MacBook Pro with Retina Display ขนาด 13 นิ้ว ด้วยกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ใช้อีกเหมือนกัน ว่าจะยอมหรือไม่ยอม แต่ถ้าผู้เขียนล่ะก็ อยากได้รุ่น 32 GB ไม่เอาโปรโมชั่นเสริมอะไรทั้งนั้น และขอให้โครงข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตในบ้านเราดีขึ้นอีกสักนิดเถอะนะ รวมไปถึงอยากจับมารีวิวจริงๆ ให้ตายเถอะ :p
ที่มา : http://notebookspec.com

Tuesday, February 12, 2013

Surface Pro บนแอพอโดบีอยู่, ปล่อยโฆษณารุ่น Pro


ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวสารเกี่ยวกับ Surface (ทั้ง RT และ Pro) พอสมควร สรุปได้ดังนี้
  • ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยแพตช์แก้ปัญหาการเชื่อมต่อไวไฟบน Surface RT สองครั้ง คือ Patch Tuesday รอบเดือนกุมภาพันธ์และรอบเดือนมีนาคมตามลำดับ
  • Surface Pro จะสิ้นสุดการสนับสนุนหลัก (mainstream support) ที่ 10 ก.ค. 2560 ซึ่งเร็วกว่าการสิ้นสุดการสนับสนุนหลักของ Windows 8 ที่ 9 ม.ค. 2561
  • ไมโครซอฟท์ปฏิเสธโครงการ trade-in นำ Surface RT เครื่องเก่ามาเป็นส่วนลดซื้อ Surface Pro (ZDNet ไม่ได้อ้างอิงข่าวต้นเรื่องของโครงการ trade-in ไว้ แต่ผมเข้าใจว่าข่าวนี้เกิดตั้งแต่ Neowin รายงานเมื่อก่อนการวางขาย Surface Pro ในวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา)
  • บริษัทกำลังแก้ปัญหาปากกาของ Surface Pro ที่มีผู้ใช้รายงานว่าใช้งานบนแอพของอโดบีอย่าง Photoshop ไม่ได้ โดยบริษัทกล่าวว่าปากกานั้นสามารถใช้งานบน Photoshop ได้ แต่ฟีเจอร์รับรู้แรงกด (pressure sensitivity) และฟีเจอร์ลบข้อมูลยังไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจาก Surface Pro ใช้ Windows Inbox Driver และชุด API เฉพาะ บริษัทกำลังทำงานร่วมกับคู่ค้าต่างๆ เพื่อให้ในอนาคตอันใกล้ฟีเจอร์เด่นของปากกา Surface ใช้งานบนแอพต่างๆ ได้
  • ทีมงาน Surface ชี้แจงว่าในอนาคตจะมี Touch Cover หลากสีมากกว่านี้ ส่วน Type Cover นอกเหนือจากสีดำนั้นน่าจะเป็นไปได้ในอนาคต
  • บริษัทไม่มีแผนที่จะขาย Surface RT และ/หรือ Surface Pro แบบ volume license
  • บริษัทได้ปล่อยโฆษณาชุดแรกของ Surface Pro แล้ว (ดูได้ข้างล่าง) ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับเดียวกับคนที่กำกับโฆษณา Surface RT และต่อมา Stay Classy Studios ซึ่งอยู่เบื้องหลังโฆษณาชุดนี้ก็ได้ปล่อยคลิปวิดีโอชุดเต็มของโฆษณาดังกล่าวออกมา ซึ่งมีการกัดจิก iPad เล็กน้อยในตอนท้าย

Facebook เริ่มทดสอบฟีเจอร์ขายตั๋วในหน้าอีเวนท์


Facebook
Facebook เริ่มทดสอบให้ผู้ใช้ภายนอกบางส่วนสามารถขายตั๋วผ่านหน้าอีเวนท์โดยตรงแล้ว หลังจากมีผู้ใช้บางรายไปเห็นปุ่ม "Buy Tickets" เข้า
จากข้อมูลของเว็บไซต์ All Facebook ระบุว่าผู้ใช้บางส่วนเมื่อกดตั้งอีเวนท์ จะพบกับช่อง "Tickets" ให้ใส่ลิงก์ให้ผู้ใช้อื่นสามารถคลิกเพื่อไปซื้อตั๋วร่วมงานได้ ซึ่งปุ่มดังกล่าวจะไปปรากฏในหน้าลิสต์รายชื่ออีเวนท์ และสามารถโพสต์ลงบนวอลล์ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ปุ่มที่เพิ่มขึ้นมาไม่ได้มีฟีเจอร์อะไรพิเศษไปกว่าการทำให้ลิงก์ที่มีอยู่แล้ว (มักอยู่ในช่อง description) ไปอยู่ในจุดที่เด่นกว่าเท่านั้นเอง
ฟีเจอร์ที่ว่านี้เริ่มเปิดมีใช้ในกลุ่มผู้ใช้ชาวเนเธอร์แลนด์แล้ว ใครที่อยากเห็นปุ่มดังกล่าว สามารถไปดูได้จากอีเวนท์นี้ครับ
ที่มา - blognone

American Express เปิดให้ผู้ใช้ Twitter ซื้อของด้วยทวีตติดแฮชแท็ก


American Express
American Express เปิดให้ผู้ใช้ Twitter สามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงผ่านทวีตแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดให้ผู้ใช้ทวีตติดแฮชแท็กเพื่อรับส่วนลดจากบริการต่างๆ มาก่อน
บริการใหม่นี้ยังต้องผูกกับ Amex Sync ที่จะผูกบัตรเครดิตของเราเข้ากับบัญชี Twitter เหมือนเดิม โดยผู้ใช้สามารถค้นหาแฮชแท็กจากบัญชี Twitter ของ American Express เพื่อทวีตซื้อของพร้อมส่วนลดได้ (เช่น #BuyAmexGiftCard25 เพื่อซื้อบัตรของขวัญในราคา 15 เหรียญจากราคาเต็ม 25 เหรียญ) เมื่อทวีตแล้ว บัญชี @AmexSync จะทวีตมาให้ยืนยันการชำระยอดดังกล่าว และการซื้อจะเสร็จสิ้นเมื่อผู้ใช้ทวีตแฮชแท็กดังกล่าวกลับไปยัง @AmexSync โดยสินค้าจะส่งให้ตามที่อยู่ของบัตรเครดิตที่ตัดยอดไป
American Express บอกว่าแคมเปญนี้จะมีระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ต่อสินค้าหนึ่งชิ้น ซึ่งดูได้จากที่มาครับ
ที่มา - blognone